ภูฏานในฐานะประเทศยากจนบนเชิงเขาหิมาลัยด้านใต้ที่มีประชากรไม่ถึงเจ็ดแสนคน ขึ้นชื่อมาโดยตลอดเรื่องการให้ความสำคัญกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน และเคยอยู่อันดับที่แปดในการจัดอันดับ “แผนที่ความสุขโลก” ผ่านการห้ามขายยาฆ่าแมลงและยาปราบศัตรูพืช พร้อมทั้งทำเกษตรอินทรีย์อย่างเต็มรูปแบบที่พึ่งพาเพียงมูลสัตว์และขยะทางการเกษตรของตนเองเท่านั้น ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาภูฏานได้แสดงให้เห็นถึงท่าทีในการผลักดันการพัฒนาอย่างยั่งยืนไปจนถึงขีดสุด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เป็นที่น่าสังเกตว่ารัฐบาลภูฏานหวังว่าพวกเขาจะสามารถส่งออกวัตถุดิบอาหารคุณภาพสูงไปยังประเทศต่างๆ รวมถึงประเทศจีนได้บทความมาจากFOFCC-http://fofcc.org.cn/th/11456/
การเลือกเส้นทางที่เป็นออร์แกนิกอย่างแท้จริงสำหรับภูฏานนั้น เกิดจากความคำนึงถึงทั้งในแง่ความเป็นจริงและปรัชญา ดังที่ Gyamtsho รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและป่าไม้ของภูฏานกล่าวไว้ว่า “ภูฏานมีภูมิประเทศที่เป็นภูเขา เมื่อเราใช้สารเคมี สารเหล่านั้นจะไม่.อยู่แค่ในจุดที่ถูกใช้งานตั้งแต่แรก แต่มันจะส่งผลกระทบต่อแหล่งน้ำและพรรณพืช... เรามุ่งมั่นที่จะอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างกลมกลืน สัตว์ต่างๆ มีสิทธิที่จะมีชีวิตรอด และเราก็ยินดีที่จะได้เห็นพืชพรรณและแมลงต่างๆ มีความสุข”บทความมาจากFOFCC-http://fofcc.org.cn/th/11456/
แน่นอนว่าการทำเกษตรอินทรีย์เต็มรูปแบบนั้นต้องใช้เวลา และรัฐบาลภูฏานก็ไม่ได้กำหนดเส้นตายที่ชัดเจนสำหรับภารกิจนี้ แต่มีแผนที่จะบรรลุเป้าหมายทีละพืชทีละพืช และทีละภูมิภาค ในขณะเดียวกัน Gyamtsho ก็ระบุว่า “เราใช้วิธีการทำเกษตรแบบดั้งเดิมในพื้นที่ส่วนใหญ่ ดังนั้นในความเป็นจริงแล้ว เราจึงเป็นเกษตรอินทรีย์ไปแล้วส่วนใหญ่”
คัดลอกมาจาก21เซจิงจิงเป้าต้าวบทความมาจากFOFCC-http://fofcc.org.cn/th/11456/
